วันอาทิตย์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2562

บันทึกการเรียนรูครั้งที่7
วันพฤหสบดี ที่ 19 กันยายน 2562

เรียน บทที่ 5 รูปแบบการให้ความรู้ผู้ปกครองในสถานศึกษา


คำศัพท์ที่เกี่ยวข้อ

1.Weekly news    ข่าวสารประจำสัปดาห์
2.Newsletter  จดหมายข่าว
3.Bulletin board  ป้ายนิเทศ
3.Conversation  การสนทนา
4.Exhibition  นิทรรศการ
5.Parent Guide  คู่มือผู้ปกครอง
6.Meeting  การประชุม
7.booklet  จุลสาร
8.Parents Corner มุมผู้ปกครอง
9.Parent library  ห้องสมุดผู้ปกครอง

รูปแบบการให้ความรู้ผู้ปกครองระดับชั้นเรียน
ข่าวสารประจำสัปดาห์

    - รายละเอียดของสาระการเรียนรู้ ประสบการณ์และกิจกรรมที่สถานศึกษาวางแผนไว้ประจำสัปดาห์
    - พัฒนาการและการเรียนรู้ที่เด็กได้รับจากการปฏิบัติกิจกรรม
    - กิจกรรมครอบครัว เป็นกิจกรรมที่พ่อแม่ ร่วมทำกับเด็กโดยในข่าวสารจะเสนอแนะกิจกรรมต่างๆเช่น ประดิษฐ์ของเล่นสำหรับเด็ก เกม วาดภาพระบายสี เพลงคำคล้องจอง ปริศนาคำทาย ฯลฯ
    - เรื่องน่ารู้สำหรับผู้ปกครอง เป็นการให้ข้อมูลความรู้เพื่อนำไปอบรมเลี้ยงดู ส่งเสริมพัฒนาการเด็กหรือแก้ไขปัญหาพฤติกรรมเด็ก
    - ข้อเสนอแนะของผู้ปกครอง เป็นการให้ผู้ปกครองแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ เพื่อเป็นข้อมูลในการสนับสนุนและพัฒนาเด็กให้ดียิ่งขึ้น
โครงการ พัฒนาความคิดสร้างสรรค์ในเด็กไทย
การจัดทำชุดองค์ความรู้และเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ในเด็กและเยาวชนไทย เพื่อให้
พ่อแม่ผู้ปกครองสามารถนำไปปฏิบัติใช้ได้จริง ประกอบด้วย
  - แบบสังเกตความคิดสร้างสรรค์ในเด็กสำหรับพ่อแม่
  - คู่มือความรู้และการจัดกิจกรรมพัฒนาความคิดสร้างสรรค์
  - หลักสูตรการเลี้ยงลูกให้มีความคิดสร้างสรรค์
  - ซีดีการเรียนรู้ด้วยตนเองเรื่อง  “การเลี้ยงลูกให้มีความคิดสร้างสรรค์”
  - จัดอบรมพ่อแม่ผู้ปกครองเรื่อง  “การเลี้ยงลูกให้มีความคิดสร้างสรรค์”
ป้ายนิเทศให้ความรู้ผู้ปกครอง
นำข้อมูลความรู้ที่จำเป็นสำหรับผู้ปกครอง จากแหล่งข้อมูลที่หลากหลาย เช่น
    - ข้อมูลจากนิตยสาร หนังสือพิมพ์ วารสาร
    -  เกร็ดความรู้หรือสาระน่ารู้สำหรับผู้ปกครอง
    - ภาพถ่ายกิจกรรมในชั้นเรียน
    - ผลงานแห่งความภาคภูมิใจ
    - กิจกรรมในโอกาสพิเศษ เช่น ทัศนศึกษา การแสดงในวันปีใหม่ ฯลฯ
การสนทนา
การสนาเป็นรูปแบบการให้ความรู้ผู้ปกครองที่เข้าถึงและตรงมากที่สุด การสนทนาเป็นแนวทางหนึ่งของ
การสร้างสายสัมพันธ์ที่ดีเพื่อผู้ปกครอง และช่วยในการให้ความรู้ผู้ปกครองเป็นไปได้อย่างราบรื่น 
รูปแบบการให้ความรู้ผู้ปกครองระดับสถานศึกษา
ห้องสมุดผู้ปกครอง


ป้ายนิเทศ

นิทรรศการ

มุมผู้ปกครอง

การประชุม

จุลสาร

คู่มือผู้ปกครอง

ระบบอินเทอร์เน็ต

คำถามท้ายบท
1. รูปแบบการให้ความรู้ผู้ปกครองระดับชั้นเรียน ครูประจำชั้นควรพิจารณาในการเลือกใช้รู้
แบบใดบ้างจงอธิบายพร้อมยกตัวอย่าง
ตอบ ข่าวสารประจำสัปดาห์ จดหมายข่าว ป้ายนิเทศ และการสนทนา เพราะเป็นการให้ข้อมูลความรู้เพื่อนำไปอบรมเลี้ยงดู ส่งเสริมพัฒนาการเด็กหรือแก้ไขปัญหาพฤติกรรมเด็กและเป็นการให้ผู้ปกครองแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ เพื่อเป็นข้อมูลในการสนับสนุนและพัฒนาเด็กให้ดียิ่งขึ้น เช่น บอกถึงพฤติกรรมที่เด็กพัฒนามากขึ้นดีขึ้นเมื่อเสริมแรงแบบนี้คุณพ่อคุณแม่ควรนำไปทำที่บ้านด้วยเพื่อเป็นผลที่แน่นอนมากขึ้น
2. รูปแบบการให้ความรู้ผู้ปกครองระดับสถานศึกษามีรูปแบบใดบ้าง จงอธิบายพร้อมยกตัว
อย่า
ตอบ  ห้องสมุดผู้ปกครอง เช่นมีนิตยสารเกี่ยวกับลูกอยู่ในนั้น ป้ายนิเทศ เช่นภาพกิจกรรมต่างๆที่เด็กได้ทำสัปดาห์นั้น นิทรรศการเช่น ภาพเขียน ภาพถาสย ผลงานเด็ก มุมผู้ปกครอง เช่น ข่าวสารน่ารู้เป็นบอร์ดเล็กๆ การประชุม จุลสาร เช่น สิ่งพิมพ์บทความรู้ต่างๆ คู่มือผู้ปกครอง ระบบอิเทอร์เน็ตของโรงเรียนต่างๆ 
3. นักศึกษามีวิธีการหรือแนวทางแก้ปัญหาผู้ปกครองที่ไม่ให้ความร่วมมือในการเข้าร่วม
โครงการหรือกิจกรรมให้ความรู้ผู้ปกครอง จงอธิบาย  
ตอบ ให้ความรู้ในเรื่องที่ปกครองอยากรู้ให้มากที่สุดเมื่อเกี่ยวกับเด็กหรือลูกแล้ว ผู้ปกครองต้องสนใจ และให้แต่ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ที่ถูกต้อง
4. การจัดกิจกรรมการให้ความรู้ผู้ปกครองมีความสำคัญและจำเป็นอย่างไร จงอธิบาย
ตอบ ส่งผลต่อเด็ก เพราะการให้ความรูผู้ปกครองก็เพื่อไปให้ความรู้หรือการปฎิบัติต่อลูกในทางที่ดีขึ้นการให้ความรู้ผู้ปกครองจึงสำคัญ เพราะพ่อแม่บางคนอาจมีความรู้ที่ผิดๆกับลูกของตนมา
5. รูปแบบการให้ความรู้ผู้ปกครองที่มีประสิทธิภาพ มีลักษะของรูปแบบอย่างไร จงอธิบาย
พร้อมแสดงความคิดเห็น
ตอบ  ทำเป็นขั้นตอน มีความละเอียดและเป็นเรื่องที่ถูกต้อง รอบครอบพอสมควร ควรให้ความรู้ในเรื่องที่ถูกต้องและชัดเจนที่สุดใช้ภาษาได้ถูกต้องและสุภาพ ถนอมน้ำใจ 
การประเมิน❤❤
ประเมินตนเอง ตั้งใจเรียน เข้าเรียนตรงเวลา บันทึกการเรียนรู้
ประเมินเพื่อน มีจิตอาสา คอยช่วยเหลือ
ประเมินอาจารย์ มีตัวอย่างและสื่อต่างๆให้เรียนรู้เสมอ 

วันพุธที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2562

บันทึกการเรียนรูครั้งที่6
วันพฤหสบดี ที่ 12 กันยายน 2562

เรียนเรื่อง โครงการการให้ความรู้ผู้ปกครองในและต่างประเทศ


คำศัพท์ที่เกี่ยวข้อง
1.Book start     โครงการหนังสือเล่มแรก
2.Picture book  หนังสือภาพ
3.Mother and Child Clinic  คลินิกครอบครัวแม่และเด็ก
4.Almoner  นักสังคมสงเคราะห์
5.Early Childhood Center  ศูนย์เด็กปฐมวัย
6.Baby Health Center  ศูนย์สุขภาพเด็ก
7.Correct behavior  แก้ไขพฤติกรรม
8.Initial health checkup   การตรวจสุขภาพเบื้องต้น
9.Parents as Teachers Program โครงการพ่อแม่ในฐานะครู
10.Participation of parents  การมีส่วนร่วมของพ่อแม่

โครงการในประเทศ
โครงการแม่สอนลูก ดำเนินการโดยกรมการฝึกหัดครู จัดสำหรับเด็กที่ด้อยโอกาส โดยให้มารดาเป็นผู
สอนเองที่บ้านใช้วิธีการแนะนำให้รู้จักใช้ทักษะ รู้จักคิดและเรียนรู้มโนทัศน์ด้านต่างๆใช้รูปแบบการ
ทดลองสอนแม่เพื่อสอนลูกที่บ้าน โดยอาศัยรูปแบบโครงการการเยี่ยมบ้านของประเทศอิสราเอลมารดา
มีความพอใจในกิจกรรม มีความรู้ความเข้าใจและสามารถส่งเสริมพัฒนาการด้านต่างๆเพิ่มขึ้นเนื้อหา
กิจกรรมในโปรแกรมนี้ เป็นกิจกรรมปฏิสัมพันธ์ระหว่างแม่ลูก
โครงการแม่สอน ลูกดำเนินการโดยศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน จ.อุบลราชธานีเป็นโครงการทดลองรูป
แบบในการให้ความรู้แก่กลุ่มสตรีแม่บ้านในชุมชน ได้นำแนวทางของโปรงแกรม Hippy Program ของ
ประเทศอิสราเอลเน้นให้ผู้ปกครองมีความพร้อมก่อนส่งลูกเข้าเรียน แม่จะส่งเสริมเด็กด้านต่างๆ เช่น
ภาษา การพัฒนากล้ามเนื้อ และสติปัญญามีการบันทึกผลและการปฏิบัติรวมทั้งการเปลี่ยนแปลงของแม่
และลูก
การพัฒนารูปแบบการให้ความรู้แก่พ่อแม่ผู้ปกครองในการอบรมเลี้ยงดูเด็กต่ำกว่า 3 ปี ผ่าน
โรงพยาบาลชุมชนและสถานีอนามัย      
เป็นโครงการภายใต้งานวิจัยของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เกิดจากความต้องการให้ครอบครัว
เป็นหลักของการพัฒนาเด็กในช่วงอายุต่ำกว่า 3ปี ด้วยการให้พ่อแม่ ผู้ปกครองเป็นผู้เลี้ยงดูที่มีคุณภาพ
โครงการ พัฒนาความคิดสร้างสรรค์ในเด็กไทย  
ดำเนินงานโดยสำนักสุขภาพจิต กรมสุขภาพจิต เป็นโครงการที่มุ่งเร่งพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ให้กับ
เด็กและเยาวชนไทย โดยผลักดันให้ครอบครัวมีส่วนร่วมที่สำคัญ ด้วยการจัดทำชุดองค์ความรู้และ
เทคโนโลยีเพื่อพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ในเด็กและเยาวชนไทย เพื่อให้พ่อแม่ผู้ปกครองสามารถนำไป
ปฏิบัติใช้ได้จริง 
โครงการรณรงค์ประชาสัมพันธ์เพื่อเสริมสร้างความข็มแข็งของครอบครัว “บ้านล้อมรัก”
ดำเนินการโดยสำนักงานคณะกรรมการการป้องกันและปราบปรามยา เสพติด ภายใต้คำขวัญ “พลัง
ครอบครัวไทย ชนะภัยยาเสพติด” เพื่อสร้างความเข้าใจบทบาทของพ่อแม่ ผู้ปกครองในการดูแลเอาใจ
ใส่บุตรหลาน เพื่อให้ปลอดภัยและห่างไกลจากยาเสพติด
โครงการหนังสือเล่มแรก (Book start Thailand)
มีเป้าหมายที่จะให้พ่อแม่ลูกมีความสุขร่วมกันในโลกของหนังสือ สร้างพื้นฐานการอ่านและสานสัมพันธ์
ในครอบครัว ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตด้วยนิสัยรักการอ่านและประสานความร่วมมือระหว่างองค์กร
ภาครัฐและภาคเอกชนรวมทั้งองค์กรท้องถิ่นในการรณรงค์โครงการ โดยการจัดทำถุงบุ๊คสตาร์ท (book 
start) ติดตามประเมินผลครอบครัวในโครงการ
โครงการพัฒนาเด็กโดยครอบครัว
เพื่อ พัฒนาและเพิ่มพูนความรู้ให้พ่อแม่ สมาชิกในครอบครัว เยาวชนในท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องกับการอบรม
เลี้ยงดูเด็กให้เจริญเติบโต มีพัฒนาการตามวัยต่อเนื่องสอดคล้องกับวิถีชีวิตครอบครัวและสังคมของเด็ก
โครงการ การให้ความรู้ผู้ปกครองในต่างประเทศ
โครงการ การให้ความรู้พ่อแม่ผู้ปกครองในประเทศอิสราเอล
มีการจัดการศึกษาให้แก่เด็กอายุ 3-4ปี โดยรัฐบาลเป็นผู้สนับสนุนงบประมาณ งานการศึกษาเด็กโดยพ่อ
แม่ผู้ปกครองถือเป็นส่วนหนึ่งของระบบการจัดการศึกษาของอิสราเอลตั้งแต่ระดับอนุบาล การทำงาน
ระหว่างบ้านกับโรงเรียนและชุมชนจึงพบได้ในทุกโรงเรียน ซึ่งถือเป็นงานปกติที่ทุกคนต้องปฏิบัติตาม
หน้าที่ 
โครงการศูนย์ส่งเสริมประสบการณ์เด็กปฐมวัยที่เรียกว่า ALEH  (Early Childhood 
Enrichment Center)
สอนแม่ที่อายุยังน้อยให้รู้จักใช่สื่อ-อุปกรณ์ (ของเล่น) เกมการเล่นเพื่อพัฒนาเด็ก และถ้าเด็กมีปัญหา
ทางด้านพัฒนาการด้านร่างกายและสติปัญญาก็จะเสนอแนะให้รู้จักกับนักสังคมสงเคราะห์เพื่อรับฟังคำ
แนะนำ จัดกิจกรรมสอนให้แม่ทำของเล่นให้ลูกหรือคิดสร้างเกมการเล่นกับลูก
ประสานงานกับคลินิกครอบครัวแม่และเด็ก จัดกิจกรรมเสนอแนะให้แม่ที่ไม่เคยมีเวลาว่างไปร่วมในศูนย์
โครงการเสนอแนะให้แม่สอนลูก เลี้ยงลูกอย่างไรให้ถูกวิธี
กระทรวงศึกษาธิการ เป็นโครงการที่จัดรูปแบบการสอนพ่อแม่ที่มีลูกอายุ 1-3ปี ซึ่งกิจกรรมที่สอนพ่อแม่
ผู้ปกครองก็คือ ให้พ่อแม่ได้พัฒนาทักษะการพูด-คุยกับลูก ได้เรียนรู้พัฒนาการทั้งทางด้านสติปัญญา 
อารมณ์และสังคม  สอนให้พ่อแม่จัดบรรยากาศสิ่งแวดล้อมให้ลูกอย่างง่ายๆ รู้จักใช้วัสดุในครัวเรือนและ
ท้องถิ่นเป็นสื่อ –อุปกรณ์
โครงการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์สำหรับผู้ปกครองและเด็ก
จัดขึ้นสำหรับเด็ก 4-6 ปี พร้อมด้วยพ่อแม่ ผู้ปกครอง วัตถุประสงค์เพื่อ ส่งเสริมให้พ่อแม่ผู้ปกครองใช้
เวลาว่างร่วมกับลูกในการสนับสนุนความคิดสร้างสรรค์ และสนุกกับกิจกรรม-ผลงานที่ลูกสร้างขึ้น โดยมี
วิทยากรเป็นครูจากเนอสเซอรี่ หรือ รร.อนุบาลหรือผู้เชี่ยวชาญทางศิลปะ-ดนตรี เกมการศึกษา
นาฏศิลป์ ร้องรำทำเพลง ฯลฯ 
โครงการให้ความรู้ผู้ปกครองในประเทศสหรัฐอเมริกา
- เพื่อให้เข้าใจพัฒนาการของเด็กแต่ละวัย รวมทั้งลักษณะของชีวิตครอบครัว
- ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับลักษณะและพฤติกรรมของเด็ก
- ได้อภิปรายเกี่ยวกับขนบธรรมเนียมและประเพณีที่มีต่อชีวิตครอบครัว
- เพื่อให้เข้าใจลักษณะและจุดมุ่งหมายของการจัดการศึกษา
โครงการศูนย์ข้อมูลพ่อแม่ 
- ให้เข้าใจเรื่องความต้องการทางการศึกษาของเด็ก
- ให้สนับสนุนในการช่วยเหลือในการเรียนของเด็กจนประสบความสำเร็จ
- สามารถที่จะติดต่อสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพระหว่างครู ผู้บริหารและนักเรียน
- ให้มีส่วนร่วมในการออกแบบรับความช่วยเหลือสำหรับนักเรียนที่ไม่ได้มาโรงเรียน เช่น การให้บริการ
เอกสารในเรื่องต่างๆ
โครงการ เฮดสตาร์ท (Head Start)
- สร้างครอบครัวให้เข้มแข็งในการอบรมเลี้ยงดูเด็กขั้นต้น
- เชื่อมโยงเด็กและครอบครัวต่อการบริการชุมชนที่มีความต้อการจำเป็น
- ประกันโครงการที่จัดการดีว่าพ่อแม่เด็กมีส่วนร่วมในการตกลงใจ
โครงการ โฮมสตาร์ท (Home Start Program)
เพื่อสร้างความสำนึกให้ผู้ปกครองเห็นความสำคัญของตนที่มีต่อเด็ก และชี้ให้ผู้รับผิดชอบในการจัดการ
ศึกษาให้แก่เด็ก เห็นคุณค่าของการมีส่วนร่วมของมารดาที่มีผลต่อการเรียนของเด็กด้อยโอกาส โดยช่วย
เหลือสนับสนุนให้ครอบครัวมีความสามารถดูแลเด็กอย่างถูกต้องและมีสมรรถภาพ
โครงการสมาร์ท สตาร์ท (Smart Start)
โครงการนี้สร้างสรรค์ขึ้นจากความคิดริเริ่มด้านเด็กเล็กจากแรงผลักดันของท้องถิ่น ชุมชนรวมตัวกันเข้า
เรียกร้องความต้องการให้เด็กเล็ก โดยมีเป้าหมายที่เด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี ให้มีสุขภาพและความพร้อมที่จะ
เรียนให้สำเร็จ
โครงการ Brooklyne Early Childhood
ให้มีการตรวจสุขภาพเด็กเบื้องต้นเพื่อให้สามารถรักษาดูแลความเจ็บป่วย ความพิการหรือข้อบกพร่อง
ต่างๆ ในระยะต้นได้ นอกจากนี้ยังให้ความรู้แก่ผู้ปกครองในการเลี้ยงดูเด็กอย่างถูกวิธี และวิธีการจัดการ
ศึกษาให้แก่เด็กอายุ 2 ขวบขึ้นไป ด้วยการฝึกให้เด็กเล่นรวมกลุ่ม
โครงการให้ความรู้ผู้ปกครองในประเทศนิวซีแลนด์
ครูอนุบาลที่มีความสามารถจะให้โอกาสผู้ปกครองและครอบครัวแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับพัฒนาการ
เด็ก การเรียนการสอน และส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้ปกครองอยู่ด้วยในช่วงที่มีการเรียน  
โครงการ เพลย์เซ็นเตอร์
เป็นโครงการที่กล่าวได้ว่า พ่อแม่ไปมีส่วนร่วมด้วยทั้งหมด นับตั้งแต่การจัดตั้ง การบริหาร การดำเนิน
งาน โดยมีการควบคุมมาตรฐานที่รัฐบาลรับรองและมาสมารถจัดบริการให้แก่เด็กเล็กได้ประมาณหนึ่งใน
สามของเด็กปฐมวัยทั้งหมดของประเทศ ปรัชญาในการทำงานคือ“พ่อแม่คือครูคนแรก และเป็นครูที่ดี
ที่สุดของลูก”
โครงการ “พ่อแม่คือครูคนแรก” (Parents as First Teachers)
พ่อแม่จะได้รับข้อมูลเช่น การสร้างประสบการณ์การศึกษาที่ตื่นเต้นแก่ลูกโดยไม่ต้องใช้ของเล่นราคา
แพง การส่งเสริมให้ลูกรักการอ่านหนังสือ การจัดสภาพแวดล้อมให้ปลอดภัยและสนุก การแก้ไข
พฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์และการส่งเสริมให้ลูกพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพมากที่สุด 
โครงการให้ความรู้พ่อแม่ผู้ปกครองประเทศออสเตรเลีย
เป็นศูนย์ที่ให้บริการคำแนะนำฟรีสำหรับพ่อแม่และทารกจนถึง 5ปี เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์จะเป็นพยาบาล
ทั่วไป จะทำการนัดหมายให้พ่อแม่พาลูกไปชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง ดูพัฒนาการของลูก ไปเยี่ยมบ้าน 
โดยเฉพาะทารกที่มีปัญหา เช่น ตัวเหลืองรวมทั้งไปสอนการดูแลการอาบน้ำเด็กทารกจนกระทั่งแม่แข็ง
แรงดี  มีการจดบันทึกข้อมูลเด็กลงในสมุดสีฟ้า (blue book)
โครงการ บุ๊คสตาร์ทในประเทศอังกฤษ (Bookstart UK) 
โครงการ บุ๊คสตาร์ท หรือเรียกว่า “หนังสือเล่มแรก” นับเป็นโครงการแรกของโลกที่ว่าด้วยหนังสือสำหรับ
เด็กทารก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เด็กทารกในอังกฤษทุกคนได้รับโอกาสและสนับสนุนให้พัฒนาความ
รู้สึกรักหนังสือและการอ่านไปตลอดชีวิต ด้วยการจัดสรรให้เด็กทารกทุกคนได้รับ “ถุงบุ๊คสตาร์ท”
ถุงบุ๊คสตาร์ท

ภายในถุงประกอบด้วย
-หนังสือที่ได้รับการคัดสรรแล้ว 2 เล่ม
-หนังสือแนะนำพ่อแม่ด้วยภาพเกี่ยวกับการเลี้ยงดูเด็กและโยงไปถึงการเลี้ยงดูด้วยหนังสือ
-ของชำร่วยสำหรับเด็ก เช่น ผ้ารองจานฯลฯ
-แผนที่แนะนำห้องสมุดแถวละแวกบ้าน
-บัตรสมาชิกห้องสมุดสำหรับเด็ก
-รายชื่อหนังสือสำหรับเด็ก
-รายชื่อศูนย์สนับสนุนคุณแม่เลี้ยงลูก
โครงการ บุ๊คสตาร์ทในประเทศญี่ปุ่น (Bookstart Japan)
เมื่อปี พ.ศ. 2543 ญี่ปุ่นประกาศให้เป็น “ปีแห่งการอ่านของเด็ก” และได้มีการนำโครงการบุ๊คสตาร์ทของ
ประเทศอังกฤษเข้ามาเผยแพร่ในญี่ปุ่น โดยมีศูนย์สนับสนุนบุ๊คสตาร์ทเป็นเจ้าของโครงการ ด้วยหลักการ
และเหตุผลที่ว่า ภาษามีความสำคัญต่อการหล่อเลี้ยงจิตใจเด็ก เด็กเล็กต้องการอ้อมกอดอันอบอุ่นและ
เสียงพูดคุยอย่างอ่อนโยน  โครงการบุ๊คสตาร์ทสนับสนุนสัมผัสอันอบอุ่นโดยมี “หนังสือภาพ” เป็นสื่อ
กลาง 
คำถามท้ายบท
1. ในการดำเนินโครงการให้ความรู้แก่พ่อแม่ผู้ปกครองทั้งในและต่างประเทศมีเป้าหมายร่วมกันอย่างไร
ตอบ ยึดหลักความร่วมมือระหว่างบ้าน โรงเรียน ชุมชนและสังคมจากภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อเป็นการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพการศึกษาเด็กปฐมวัยให้ไปในทิศทางเดียวกัน 
2. นักศึกษามีแนวคิดอย่างไรที่จะสนับสนุนให้โครงการการให้ความรู้ผู้ปกครองประสบผลสำเร็จ
อย่างเป็นรูปธรรม จงอธิบาย
ตอบ นำเสนอความรู้ที่สามารถสอดแทรกลงไปในกิจวัตรประจำวันของเด็กอยู่แล้วหรือเทคนิคง่ายๆที่อาจช่วยผู้ปกครองดูแลลูกและเข้าใจลูกได้มากขึ้น 
3. ในฐานะที่นักศึกษาจะเป็นผู้ที่ให้ความรู้แก่พ่อแม่ผู้ปกครองเด็กปฐมวัยในอนาคต จงยก
ตัวอย่างขององค์ความรู้หรือเรื่องที่ต้องการจะถ่ายทอดให้กับพ่อแม่ผู้ปกครองเพื่อใช้ในการ
เลี้ยงดูเด็ก มา 5เรื่องพร้อมอธิบายและยกตัวอย่างประกอบ
ตอบ 1.ฝึกทักษะชีวิตให้ลูก เพื่อเตรียมความพร้อมตามวัยของลูก เช่น รับประทานอาหาร เลิกผ้าอ้อมสำเร็จรูป การบอกความต้องการแก่คุณครู  การใส่เสื้อผ้า ถอดเสื้อผ้าเอง เป็นต้น
2.
พ่อแม่ควรจะเข้าใจพัฒนาการของเด็กในแต่ละช่วงอายุ
เด็กที่เติบโตขึ้นแล้วมีปัญหา เช่น เป็นเด็กดื้อ, ไม่ยอมกินข้าว (กินแต่ขนมหรือนม), เป็นเด็กก้าวร้าวไม่ใช่ความผิดของเด็กทั้งหมดเสมอไปพ่อแม่ควรจะต้องปรับทัศนคติก่อนย้อนกลับมาพิจารณาถึงสาเหตุ และการเลี้ยงดูเป็นอันดับแรกเสมอ
3.
อบรมการเข้าใจลูกให้มาก เช่น ลูกร้องไห้, ความดื้อ ซน ลูกเริ่มกวนใจอาจจะใช้วิธีเดินออกไปสงบสติอารมณ์ก่อนแล้วค่อยกลับมานั่งคุยกัน
4.ส่งเสริมฝึกจินตนาการ เช่น เล่านิทานให้ฟัง ให้เขาลองทำในสิ่งที่ชอบออกมาเป็นชิ้นเป็นอัน
5.ส่งเสริมรเบียนวินัย เช่น เคารพกฎระเบียบในสังคม ทิ้งขยะถูกที่ เข้าแถวซือของ
4. การให้ความรู้ผู้ปกครองสามารถส่งผลต่อพฤติกรรมเด็กหรือไม่อย่างไร จงอธิบาย
ตอบ ส่งผลต่อเด็ก เพราะการให้ความรูผู้ปกครองก็เพื่อไปให้ความรู้หรือการปฎิบัติต่อลูกในทางที่ดีขึ้นการที่เด็กจะได้ความรู้ที่ผู้ปกครองถ่ายทอดให้ทั้งทางอ้อมหรือโดยตรงจะรู้ได้โดยการที่เด็กเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเท่านั้น
5. นักศึกษาจะมีวิธีในการติดตามผลการให้ความรู้ผู้ปกครองอย่างไร จงอธิบาย
ตอบ สมุดพกพฤติกรรมของเด็กในแต่ละวันทำงานร่วมกันโดยการเขียนพฤติกรรมของเด็กทั้งโรงเรียนแลที่บ้านเพื่อนำข้อมูลนั้นมาพัฒนาเด็กร่วมกัน
การประเมิน❤❤
ประเมินตนเอง ตั้งใจเรียน เข้าเรียนตรงเวลา บันทึกการเรียนรู้
ประเมินเพื่อน ตั้งใจเรียน
ประเมินอาจารย์ อธิบายได้ชัดเจนมีตัวอย่างแลสื่อต่างๆให้เรียนรู้เสมอ

บันทึกการเรียนรูครั้งที่5
วันพฤหสบดี ที่ 5 กันยายน 2562





งดการเรียนการสอน

วันอาทิตย์ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2562

บันทึกการเรียนรูครั้งที่4
วันพฤหสบดี ที่ 29 สิงหาคม 2562

เรียนบทที่3 การสื่อสารกับผู้ปกครองเด็กปฐมวัย

คำศัพท์ที่เกี่ยวข้อง
1.One-Way Communication   การสื่อสารทางเดียว
2.Two-way Communication การสื่อสารสองทาง
3.Verbal Communication  การสื่อสารเชิงวัจนะภาษา
4.Non-Verbal Communication การสื่อสารเชิงอวัจนะภาษา
5.personal Communication การสื่อสารส่วนบุคคล
6.Intrapersonal Communication การสื่อสารระหว่างบุคคล
7.Mass Communication การสื่อสารมวลชน
8.Channel ช่องทางการส่งสาร
9.Clarity of audience ความสามารถของผู้รับสาร
10.Clearly ความชัดเจน

ความหมายของการสื่อสาร
การติดต่อและแลกเปลี่ยนข้อมูล ข่าวสาร ความรู้ ความคิด ทัศนคติ ทักษะ และประสบการณ์ระหว่างผู้ส่งสารและผู้รับสารให้มีความเข้าใจ ที่ตรงกันเพื่อนำไปสู่การดำรงชีวิตที่มีความสุข
ความสำคัญของการสื่อสาร
1.ทำให้ได้รับรู้และเข้าใจถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสังคม
2.ทำให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกันทั้ง 2 ฝ่าย
3.ทำให้สร้างมิตรภาพที่อบอุ่น
4.ทำให้เกิดภาพแห่งความพึงพอใจ
5.ช่วยในการพัฒนาอัตมโนทัศน์ เป็นการสร้างความรู้สึกที่ดีต่อตนเองก่อให้เกิดความพอใจในชีวิต

จากนั้นอาจารย์ให้เล่นเกมส่งเสริมเรื่องการสื่อสาร


เพื่อนๆเล่นเกม

การที่เรารับสารใดมาควรไตร่ตรองและเป็นผู้ฟังที่ดี และการตอบกลับไปควรใช้คำพูดที่น่าฟังเพื่อที่ผู้ฟังจะเข้าใจและเป็นการสื่อสารที่มีความจริงใจ ไม่กระแทกกระทั้นไม่มีอารมณ์มาเกี่ยวข้องโดยเฉพาะกับผู้ปกครองเด็กนั้นละเอียดอ่อนมากซึ่งการสื่อสารที่ดีจะทำให้เราทำงานได้ง่ายและพัฒนาเด็กได้อย่างมีประสิทธิภาพ
องค์ประกอบของการสื่อสาร
1. ผู้ส่งข่าวสาร (Sender)2. ข้อมูลข่าวสาร (Message)3. สื่อในช่องทางการสื่อสาร (Media)4. ผู้รับข่าวสาร (Receivers)5. ความเข้าใจและการตอบสนอง
ธรรมชาติการเรียนรู้ของผู้ปกครอง
• เรียนรู้ได้ดีในเรื่องของการพัฒนาเด็ก
•เรียนรู้ได้ดีในสภาพแวดล้อมที่มีความสมานฉันท์
•มีความแปลกใหม่และมีประโยชน์ต่อเด็ก
•เรียนรู้ได้ดีจากการฝึกปฏิบัติ
•เรียนรู้ได้ดีในบรรยากาศที่เป็นวิชาการน้อยที่สุด
•ควรได้รับความต่อเนื่องในการเรียนรู้ทีละขั้นตอน
•เรียนรู้ได้ดีจากสื่อและอุปกรณ์ที่หลากหลาย
วิธีสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับผู้ปกครอง
-ศึกษาและพยายามทำตนให้เข้าใจกับผู้ปกครอง
-พยายามเรียนรู้ความต้องการของเขา และหาแนวทางตอบสนองตามความเหมาะสม
-พูดคุย พบปะกับผู้ปกครองในโอกาสต่างๆ
-หาโอกาสไปร่วมงานพิธีทางศาสนา เข้าร่วมกิจกรรมกับผู้ปกครอง
-ทำตนให้กลมกลืนกับผู้ปกครอง
-มีท่าทีเป็นมิตรอยู่เสมอ
-เปิดโอกาสให้ผู้ปกครองร่วมกิจกรรม
คำถามทายบท
1.จงอธิบายความหมายและความสำคัญของการสื่อสารมาโดยสังเขป
ตอบ การติดต่อและแลกเปลี่ยนข้อมูล ข่าวสารข่าวสาร ความรู้ ความคิด ทัศนคติ ทักษะ และ
ประสบการณ์ระหว่างผู้ส่งสารและผู้รับสารให้มีความเข้าใจ ที่ตรงกันเพื่อนำไปสู่การดำรงชีวิตที่มีความสุข
ความสำคัญของการสื่อสาร
1.ทำให้ได้รับรู้และเข้าใจถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสังคม
2.ทำให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกันทั้ง 2 ฝ่าย
3.ทำให้สร้างมิตรภาพที่อบอุ่น
4.ทำให้เกิดภาพแห่งความพึงพอใจ
5.ช่วยในการพัฒนาอัตมโนทัศน์ เป็นการสร้างความรู้สึกที่ดีต่อตนเองก่อให้เกิดความพอใจในชีวิต
2.การสื่อสารมีความสำคัญกับผู้ครองอย่างไร
ตอบ ผู้ปกครองเกิดความศรัทธา เชื่อมั่นและมีความอบอุ่นว่าสถานศึกษาจะมีความสมบูรณ์
มากยิ่งขึ้นก็ต้องได้รับความร่วมมือจากผู้ปกครอง บ้านโรงเรียน ชุมชนและสังคมเข้ามามีบทบาทในการ
พัฒนาเด็กร่วมกัน
3.รูปแบบการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพในการให้ความรู้ผู้ปกครอง ควรเป็นรูปแบบใด จงอธิบาย
พร้อมยกตัวอย่าง
ตอบ รูปแบบการสื่อสารของอริสโตเติล (ผู้พูด → คำพูด → ผู้ฟัง) เช่น ครูแจ้งผู้ปกครองให้ทราบถึง
พัฒนาการของเด็กข้อมูลของเด็กเมื่ออยู่โรงเรียนทุกครั้งเพราะการจัดการเรียนรู้ให้กับเด็กควรพัฒนาร่วม
กัน สื่อสารร่วมกัน
4.ธรรมชาติและการเรียนรู้ของผู้ปกครองควรมีลักษณะอย่างไร
ตอบ
เรียนรู้ได้ดีในเรื่องของการพัฒนาเด็ก
เรียนรู้ได้ดีในสภาพแวดล้อมที่มีความสมานฉันท์
มีความแปลกใหม่และมีประโยชน์ต่อเด็ก
เรียนรู้ได้ดีจากการฝึกปฏิบัติ
เรียนรู้ได้ดีในบรรยากาศที่เป็นวิชาการน้อยที่สุด
ควรได้รับความต่อเนื่องในการเรียนรู้ทีละขั้นตอน
เรียนรู้ได้ดีจากสื่อและอุปกรณ์ที่หลากหลาย
5.ปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนพฤติกรรมการเรียนรู้สำหรับผู้ปกครอง เพื่อให้ผู้ปกครองมีความเข้าใจ
เกี่ยวกับการศึกษาของเด็ก ประกอบด้วยปัจจัยด้านใดบ้าง
ตอบ 7 ปัจจัย
1.ความพร้อม
2.ความต้องการ
3.อารมณ์และการปรับตัว
4.การจูงใจ
5.การเสริมแรง
6.ทัศนคติและตวามสนใจ
7.ความถนัด

การประเมิน❤❤
ประเมินตนเอง ตั้งใจเรียน เข้าเรียนตรงเวลา ร่วมกิจกรรมด้วยความตั้งใจ
ประเมินเพื่อน ตอบคำถามได้ ช่วยเหลือกัน
ประเมินอาจารย์ อธิบายได้ชัดเจนและละเอียด เข้าใจได้ง่าย เตรียมการสอนมาได้สนุกมากค่ะวันนี้